Tinymight II เปรียบเทียบกับ Venty จาก Storz&Bickel

Tinymight II เปรียบเทียบกับ Venty จาก Storz&Bickel

วันนี้คนดีจะลองมาเปรียบเทียบข้ามค่ายโดยตัวนึงคือ Tinymight 2 จาก Tinyvape ประเทศฟินแลนด์เปรียบเทียบกันทุกจุดกับ Venty จาก Storz&Bickel ประเทศเยอรมันกันว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยเราจะแบ่งเป็นทั้งในส่วนของระบบการทำความร้อนและคุณภาพของควัน, รูปลักษณ์และฟังค์ชั่นต่างๆ รวมถึงราคาและรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ

เริ่มแรกคือการทำความร้อน ในส่วนของตัว Tinymight 2 เป็นการทำความร้อนในระบบ Convection แต่ถึงแม้จะเป็นระบบการทำความ ร้อนที่ต้องใช้ลมช่วยเพื่อให้นำความร้อนมาสมุนไพร แต่เครื่องทำมาได้เร็วมากๆ ใช้เวลาเพียง 3 วินาทีก็สามารถทำควันได้ ต่างจาก Venty ที่ต้องใช้เวลา 20 วินาทีในการทำความร้อน แต่ระบบของ Venty จะเป็นระบบใหม่ที่เรียกว่าระบบไฮบริดแบบ Mini-Heat คือการที่เครื่องจะค่อยๆปล่อยความร้อนเป็นช่วงๆ เพื่อให้สมุนไพรไม่ไหม้เร็วจนเกินไป ยืดอายุการใช้งานต่อรอบ และตัวเครื่อง Venty ยังสามารถปรับระดับ Air-Flow ได้ถึง 20 ลิตรต่อนาที ทำให้เพิ่มปริมาณลมได้สูงกว่าทุกรุ่นในตลาดเลยทีเดียว

ด้านการใช้งาน Tinymight นั้นสามารถทำความร้อนได้สูงสุดถึง 240 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่า Venty ที่ทำได้ 210 องศาเซลเซียส แต่การปรับความร้อน Tinymight จะปรับได้ระดับ 1-10 โดยหมุนที่ตัวปรับความร้อนด้านใต้เครื่อง ซึ่งจะคาดเดาอุณหภูมิปัจจุบันเครื่องได้ยากโดยประมาณได้ทุก 1 ช่องจะประมาน 13 องศาเซลเซียส เริ่มตั้งแต่ 1 ที่ 110 องศา จนถึง 10 ที่ 240 องศา แต่ Venty จะมีจอสกรีนโชว์สถาณะความร้อนปัจจุบัน และก็สามารถปรับความร้อนได้ทั้งในตัวเครื่องเองและผ่านแอพพลิเคชั่น Storz&Bickel บน Smartphone ได้อีกด้วย และอุณหภูมิเลือกปรับได้ละเอียดกว่า เพราะสามารถปรับได้ทีละ 1 องศาเริ่มจาก 110 จนถึง 210 องศาเซลเซียส

ในส่วนของวัสดุนั้น Tinymight นั้นตัวเครื่องเป็นวัสดุทำจากอลูมิเนียมและไม้วอลนัท ส่วนตัวปากสูบเป็นแบบแก้ว และช่องอบทำจากแสตนเลส ซึ้งข้อดีข้อการใส่สมุนไพรในปากสูบแบบแก้วทำให้ได้กลิ่ยสมุนไพรที่ชัดไม่มีกลิ่นจากพลาสติกหรือวัสดุอื่นๆ แต่ข้อเสียก็คือการที่มันดูแลรักษาอาจจะลำบากกว่าเพราะอาจจะแตกได้ง่ายกว่าแบบพลาสติก แต่ในรุ่น Tinymight 2 จะมีปากสูบแบบแสตนเลสมาด้วย ซึ้งก้อช่วยให้ทนทานและสะดวกยิ่งขึ้นในวันที่ต้องเดินทาง

ในส่วนของ Venty วัสดุทำจากพลาสติกในกรอบนอก รวมถึงปากสูบก็ทำมาจากพลาสติกซึ่งอาจจะมีกลิ่นของพลาสติกบ้างหากทำความสะอาดไม่ดี แต่ด้วยการที่เป็นพลาสติกก็เพราะปากสูบของ Venty ออกแบบมาให้สามารถปรับระดับลมได้

ในส่วนของขนาดนั้น Tinymight 2 นั้นเล็กกว่า Venty พอสมควรเลย แต่ก็เพราะแบตเตอรี่ที่ Venty ใส่แบต Li-On 18650 มาให้ถึง 2 ก้อน ทำให้สามารถใช้งานได้นานมากกว่า Tinymight 2 โดยเฉลี่ยต่อการชาร์จ 1 รอบจะใช้งานแบบต่อเนื่องได้ 30-40 นาที แต่ในส่วนของ Tinymight 2 นั้นใส่แบตเตอรี่ได้เพียงก้อนเดียว ซึ่งเฉลี่ยนถ้าใช้งานต่อเนื่องแบบไม่หยุดเลยจะได้ 10-15 ครั้ง เฉลี่ยประมาน 15-20 นาที และในส่วนของการชาร์จทั้ง 2 ตัวใช้การชาร์จด้วยสาย USB แต่ Venty จะมีการชาร์จแบบ USB-C Super Fast Charge เมื่อใช้ร่วมกับหัวชาร์จที่ Storz&Bickel แนะนำ โดยสามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ภายใน 40 นาที

ด้านการทำควัน ตัวเครื่อง Tinymight 2 ทำควันได้รวดเร็วและรุนแรงตามไตล์ Tinymight 2 แต่ก็ยังได้ความนุ่มเนื่องจากเป็นการทำความร้อนแบบ Convection ต่างจาก Venty ที่เป็นการทำคงามร้อนแบบไฮบริดแบบใหม่กับ Mini-Heat ที่ข่วยยืดอายุการใช้งานของสมุนไพรต่อรอบให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้นและนุ่มยิ่งขึ้น โดยปริมาณควันยังสามารถปรับได้จากระดับลมที่สามารถปรับได้สูงสุดถึง 20 ลิตรต่อนาที แต่โดยรวมแบ้งปริมาณควันต่อรอบอาจจะยังสู้ Tinymight 2 ไม่ได้ แต่ถ้าความนุ่มนั้นชนะขาด

มาสรุปส่งท้ายกันที่ราคาและการรับประกันหลังการขาย ซึ่งราคาจะค่อยข้างสูสีกัน โดย Tinymight 2 จะมีราคาประมาณ 16,900 บาทและ Venty ราคาอยู่ที่ 19,900 บาท และการรับประกันก็มา 3 ปีเท่ากัน โดย Tinymight จะรับประกันจากประเทศฟินแลนด์และ Venty จะรับประกันจากประเทศเยอรมัน แต่ทั้ง 2 ลูกค้าในไทยที่ซื้อกับคนดี คนดีรับจบเรื่องเคลมให้แบบง่ายๆ

Storz&Bickel ตัวใหม่ Venty เปรียบเทียบกับ Mighty+

Storz&Bickel ตัวใหม่ Venty เปรียบเทียบกับ Mighty+

ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Storz&Bickel ได้มีเครื่องอบสมุนไพรที่เป็นที่นิยมอย่าง Mighty+ ที่เป็นที่นิยมและแพร่หลายเป็นอย่างมาก แต่แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Storz&Bickel ได้เปิดตัวเครื่องตัวใหม่ Venty ที่เคลมว่าเป็นเครื่องอบสมุนไพรที่มีควาทนุ่มนวลและแรงที่สุดของ Storz&Bickel วันนี้คนดีจะมารีวิว ว่าเจ้าตัว Venty นั้นมีความแตกต่างจาก Mighty+ แบบเดิมอย่างไรบ้าง

อย่างแรกที่เป็นไฮไลท์ของการพัฒนารุ่น Venty ขึ้นมาคือการที่ตัวเครื่อง Venty สามารถปรับปริมาณลมได้ สูงสุดถึง 20 ลิตรต่อนาทีซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกเจ้า ซึ่งจะช่วยให้เราได้กลิ่นที่ชัดเจนขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความร้อน และความร้อนระบบใหม่ของ Venty จะเปนระบบ Mini-Heat ช่วยให้สมุนไพรที่ใช้นั้นค่อยๆร้อน ยืดอายุการใช้งานต่อรอบได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในเรื่องของคุณภาพควันทั้ง 2 ซึ่งทำ 2 รุ่นเป็นระบบ Hybrid ระหว่าง Conduction และ Convection และทำออกมาได้ของค้างดีเท่าเทียมกัน แต่ด้วยระบบ Mini-Heat ของ Venty ทำให้กลิ่นไหม้จะไม่ค่อยมีละสมุนไพรจะไหม้ช้ากว่าระบบของ Mighty+ แบบเดิม

ต่อไปในส่วนของความไวในการทำความร้อนนั้น Venty สามารถทำความร้อนจนถึงความร้อนสูงสุดได้ในเวลาเพียง 20 วินาที ซึ่งค่อนข้างไวกว่า Mighty+ แบบเดิมที่ทำความร้อนไวใน 60 วินาที

ในส่วนของการสั่งงาน ระบบภายในจะมาเหมือนกันทั้งการทำความร้อนจะสามารถตั้งอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 40°C to 210°C และทั้งสองตัวก็ทำออกมาได้อย่างแม่นยำ การปรับความร้อนและการควบคุมการใช้งานของ Venty จะสามารถปรับได้ทั้งในบนตัวเครื่องและผ่านแอพลิเคชั่น Storz&Bickel ซึ่งจะต่างจาก Mighty+ ที่สามารถปรับความร้อนและควบคุมการใช้งานจากบนตัวเครื่องอย่างเดียว

แบตเตอรี่และการชาร์จของรุ่น Venty นั้นใช้ระบบ USB-C เหมือนกันกับ Mighty+ โดยจะเป็นแบตเตอรี่ 18650 Li-Ion แต่ Venty จะมีความจุไฟน้อยกว่า Mighty+ อยู่บ้างแต่ด้วยระบบทำความร้อนแบบใหม่ ทำให้การใช้งานจริงๆแล้วสามารถใช้ได้

ประมาน 90 นาทีเหมือนกันทั้งสองตัว อย่างเดียวที่เราเห็นว่า Venty ต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน คือระบบอย่างที่ Mighty+ มีระบบ Pass-Through ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้งาน Mighty+ ได้ในขณะกำลังชาร์จไฟซึ่งแตกต่างจาก Venty ที่ไม่สามารถใช้งานระบบ Pass-Through ลักษณะนี้ได้ แต่ที่ Venty ทำได้ดีกว่าคือความไวในการชาร์จซึ่ง Venty สามารถชาร์จแบตเต็มได้ภายใน 40 วินาที ซึ่งไวกว่า Mighty+ ทำจะใช้เวลาในการชาร์จ 1-3 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสายชาร์จและหัวชาร์จ

ด้านขนาดและการออกแบบ ถึง Venty จะออกแบบหัวคูลลิ่งแบบใหม่เพื่อให้ปรับลมได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีความสามารถในการทำให้ควันเย็นลงไม่ต่างจากระบบของ Mighty+ แบบเดิม และตัวเครื่องขนาดห้องอบนั้น Venty จะใส่ได้มากกว่าเล็กน้อย โดย Venty สามารถใส่สมุนไพรได้ 0.25 กรัมต่อครั้ง ในส่วนของขนาดมีความแตกต่างกันพอสมควร

ในส่วนราคานั้น Venty จะมีราคาสูงกว่า Mighty+ พอสมควร แต่ด้วยระบบอะไรใหม่ๆ และระบบ Mini-Heat กับการปรับลมได้ถึง 20 ลิตรต่อนาที Venty คือเครื่องอบสมุนไพรตัวนึงที่หากท่านต้องการความพรีเมี่ยม ท่านควรคำนึงถึง

Arizer SOLO III มีอะไรพัฒนาจากเดิมบ้าง

Arizer SOLO III มีอะไรพัฒนาจากเดิมบ้าง

Arizer Solo 3 เครื่องอบสมุนไพรรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Arizer ที่มาพร้อมทุกอย่างที่เยอะและใหญ่กว่าเดิม ตัวเครื่องใหญ่กว่าเดิม กลิ่นและควันที่เยอะกว่าเดิม ซึ่งเป็นเครื่องอบรุ่นที่แพงที่สุดของ Arizer ที่รับประกันความคุ้มค่า หากคุณคิดถึงเครื่องอบสมุนไพรที่รุนแรงเครื่องนึง Arizer Solo 3 เป็นอีกหนึ่งเครื่องนึงที่คุณควรคิดถึง

Arizer Solo3 ยังมาพร้อมการออกแบบที่เหมือนกันรุ่น Solo 2 ที่ได้รับความนิยม แต่จะมีตัวเครื่องที่ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งนอกจากจะมาพร้อมท่อแก้วสำหรับใส่สมุนไพรแบบเดิม รุ่น Solo3 ยังมาพร้อมท่อแก้วขนาด XL ที่สามารถใส่สมุนไพรได้เป็น 2 เท่า ซึ่งเมื่อมาใช้คู่กับระบบทำความร้อนไฮบริดแบบใหม่ที่แรงกว่าเดิมนั้น ทำให้ควันที่ได้นั้นเยอะกว่าเดิมและกลิ่นชัดกว่าเดิมมาก แต่ถ้าหากอยากลดความรุนแรงก็สามารถใช้ท่อแก้วขนาดปกติได้เช่นกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของการทำความร้อนที่ Arizer Solo 3 พัฒนามาใหม่คือระบบไฮบริดที่สาทารถช่วยให้คุณใช้งานสมุนไพรได้ต่อรอบเยอะกว่ารุ่นก่อนๆเกือบ 2 เท่า โดยไม่กระทบคุณภาพและปริมาณของควันที่ออกมา

และอีกส่วนที่ช่วยให้กลิ่นของสมุนไพรที่ได้จาก Arizer Solo 3 นั้นคือการที่ตัวเครื่องเป็นระบบ Glass Tube โดยจะใส่สมุนไพรในแก้วก่อนใส่ลงในช่องอบ ช่วยให้กลิ่นที่ได้ไร้กลิ่นพลาสติกหรือกลิ่นไม่วัสดุอื่นๆ ช่วยให้รับกลิ่นเทอรปีนส์จากสมุนไพรได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ในส่วนของหน้าจอการใช้งานก็พัฒนาให้มีสีสันมากขึ้น และจุดเด่นอีกอย่างของ Arizer Solo 3 คือระบบ Seesion ที่ให้คุณสามารถปรับเวลาได้ตามต้องการ และการตั้งอุณหภูมิตัว Arizer Solo 3 สามารถกำกนดความร้อนได้ 5 ช่วง ระหว่าง 180-220 องศาเซลเซียส โดนจะปรับขึ้นลงได้ทีละ 10 องศาเซลเซียส

 

ข้อเสียอย่างเดียวที่พบก็คือขนาดของ Arizer Solo 3 ก็คือเรื่องของขนาด ถึงจะเป็นเครื่องอบแบบพกพาแต่ด้วยขนาดที่ค่านข้างใหญ่ อาจจะต้องพกพาภายในบ้านเป็นหลัก

แต่ถ้าพูดถึงเทรนด์กระแสที่ชอบเครื่องอบที่มีความรุนแรงนั้น ก็ถือว่า Arizer Solo 3 ทำมาได้ไม่แพ้เจ้าอื่นๆ ในระดับราคาที่แพงกว่า ซึ่งเจ้าตัว Arizer Solo 3 ราคานั้นก็ถูกกว่าเจ้าอื่นที่เป็นเครื่องอบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม

ภายในเซทของ Arizer Solo 3 มาพร้อมกับอุปกรณ์ทุกอย่างที่คุณต้องการจริงๆ ประกอบด้วย

1 x Solo III Multi-Purpose Portable Heater

1 x คู่มือ Solo III 1 x สายชาร์จ USB-C (5v, 3A)

1 x XL Glass Aroma Tube (90mm)

1 x XL Frosted Glass Aroma Tube (14mm)

1 x Air / Solo Glass Aroma Tube (90mm)

1 x Air / Solo Frosted Glass Aroma Tube (14mm)

4 x Air / Solo Silicone Stem Caps

2 x หลอดแก้วฝาปิดสำหรับเดินทางขนาด 90 มม.

2 x หลอดแก้วฝาปิดสำหรับเดินทางขนาด 70 มม

1 x อุปกรณ์ทำความสะอาด

4 x แผ่นกสรีน

G-Pen Dash+ แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร

G-Pen Dash+ แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร

G-Pen Dash VS Dash+

วันนี้คนดีจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง G-Pen Dash+ รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วกับเจ้า G-Pen Dash แบบเดิมว่าจะมีความแตกต่างและพัฒนามากขึ้นเพียงใด

เริ่มต้นเลย สำหรับ G-Pen Dash+ ที่เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนก็คือหน้าจอ LED ที่จะสามารถสั่งงานเครื่องได้ต่างจากรุ่นก่อน ที่จะเป็นแค่ไฟโชว์สถานะการทำงาน ซึ่งหน้าจอ LED อันนี้ ช่วยให้เราสามารถปรับอุณหภูมิได้จากอุณหภูมิ 110 ถึง 215 องศาเซลเซียส และอีกฟังก์ชันหนึ่งที่ G-Pen Dash+ มีต่างจากรุ่นอื่นๆคือการที่มันสามารถปรับระยะเวลาของโหมด Session Mode ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ

ในด้านระบบทำความร้อน G-Pen Dash+ จะมีการพัฒนาระบบความร้อนเป็นระบบไฮบริด Conduction +Convection ซึ่งต่างจาก G-Pen Dash ที่มากับระบบความร้อนแบบ Convection อย่างเดียว ทั้งนี้ระบบแบบไฮบริดจะช่วยให้มีควันเร็วขึ้นและมากขึ้นกว่าระบบแบบเดิม นอกจากนี้ G-Pen Dash+ ยังถือเป็นเครื่องอบระบบไฮบริดที่มีราคาถูกที่สุด ซึ่งถ้าใครต้องการชิมการออกแบบระบบ ในราคาเริ่มต้นก็สามารถลองได้กับ G-Pen Dash+

ในส่วนของห้องอบ G-Pen Dash+ ห้องอบจะทำจากวัสดุไทเทเนี่ยม ซึ่งจะทำให้ถ่ายโอนความร้อนได้เร็วยิ่งขึ้นและช่วยให้ลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากวัสดุแบบเดิมที่ทำจากสแตนเลสเคลือบแก้วของ G-Pen Dash

ด้านวัสดุภายนอกตัว G-Pen Dash+ วัสดุทำจาก Zinc-Alloy ช่วยให้มีน้ำหนักเบาและทนทานกว่า G-Pen Dash แบบเดิม ที่วัสดุทำจาก Steel-Alloy ธรรมดา และแบตเตอรี่ของเจ้า G-Pen Dash+ ก็มาถึง 1800 mAh ซึ่งมากกว่า รุ่นก่อนถึงสองเท่าช่วยเพิ่มอายุการใช้งานในระหว่างวันให้นานยิ่งขึ้น

ในส่วนของด้านการรับประกัน G-Pen Dash+ จะมามาพร้อมกับการรับประกัน 2 ปีเต็มมากกว่า G-Pen Dash แบบเดิมถึงสองเท่าซึ่งมั่นใจได้ว่าเครื่องอบตัวนี้จะอยู่กับแบบยาวๆ คุ้มค่าเงินที่จ่ายแน่นอน

รีวิว Venty จาก Storz&Bickel

รีวิว Venty จาก Storz&Bickel

วันนี้คนดีจะมารีวิวเครื่องอบสมุนไพรรุ่นล่าสุดจากค่าย Storz&Bickel อย่างเจ้าตัว Venty

ก่อนอื่นเลยนี้ก็คือเจ้าตัว Venty ซึ่งรูปทรงจะต่างออกไปจากเครื่องอบก่อนๆของ Storz&Bickel ส่วนหัวก็จะบิดออกแบบนี้เพื่อให้ใส่สมุนไพรลงไปได้ ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้งแบบแคปซูลหรือจะใส่ไปในช่องเลย ความจุมากสุดได้ถึง 0.25 กรัม

พอใส่แล้วเราก็สามารถมาตั้งไฟได้เลย ซึ่งสามารถตั้งได้ 40-210 องศา ระบบทั้งความร้อนเปนแบบใหม่นะ เรียกว่า ระบบ Mini Heater ที่พัฒนามาจากระบบแบบเดิม ช่วยให้กลิ่นสมุนไพรดียิ่งขึ้น ไม่มีกลิ่นไหม้อีกต่อไป และทำควันได้เร็วขึ้นเพียง 20 วินาทีถึงความร้อนสูงสุด

ด้านการตั้งอุณหภูมิทำได้ทั้งแบบกดที่เครื่องหรือจะตั้งผ่าน Smartphone ก็ได้ในแอพของ Storz&Bickel ซึ่งวิธีต่อบลูทูธสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความก่อนๆได้ และใน Smartphone ยังสามารถตั้งค่า Pre-Set เพื่อความสะดวกในการใช้งานครั้งต่อๆไป / ปรับลดแสงหน้าจอ / ปิด/เปิด โหมดสั่น / และยังสามารถปรับเปนโหมด Eco-Charger เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้อีกด้วย

ในส่วนอีกไฮไลต์เด่นๆก็คือ เจ้าเครื่อง Venty นั้นสามารถปรับระดับลมได้ ซึ่งมันก็สามารถปรับให้รับลมได้ถึง 20 ลิตรต่อนาที ทำให้เราสามารถเพิ่มลดปริมานควันได้ โดยไม่ต้องไปยุ่งกับอุณหภูมิ

ด้านการชาร์จก็ลาร์จแบบ USB-C โดยสามารถชาร์จจาก 0 ถึง 80% ได้ในเวลา 40 นาที มาพร้อมแบตเตอรี่ 18650 li-ion ซึ่งสามารถให้กำลังไฟสูงสุดที่ 130 วัตต์ 16 แอมป์

ฟังค์ชั่นเด่นของ Venty

– ปรับระดับลมได้สูงสุด 20 ลิตรต่อนาที 

– ทำความร้อนภายใน 20 วินาที 

– ฟีเจอร์ใหม่ระบบความร้อนแบบ Conduction + Convection แบบ Mini Heater ช่วยให้ไม่มีการไหม้ เพิ่มปริมาณควันและความนุ่มนวล 

– อุณหภูมิแม่นยำได้ตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียส – 210 องศาเซลเซียส

– การชาร์จแบบ USB-C สามารถชาร์จจาก 0 ถึง 80% ได้ภายใน 40 นาที

– รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 

– รับประกัน 2 + 1 ปี หากลงทะเบียนที่เวป Storz&Bickel

สรุปแล้ว Venty เป็นอีกหนึ่งเครื่องอบที่ทำออกมาได้ดีมาก ด้วยฟังค์ชั่นการปรับลมช่วยให้เราได้ควันที่เยอะขึ้น แม้จะใช้อุณหภูมิไม่สูงมาก ควันก้อยังเยอะ ทำให้กลิ่นสมุนไพรดีมากๆ
แต่ข้อเสียก้ออาจจะเปนที่ขนาดนะ ค่อนข้างพกพาลำบากนิดนึง

Home
Account
Cart
Search