5 เหตุผลที่ทำให้ Starry 4 เหนือกว่า V3 Pro

5 เหตุผลที่ทำให้ Starry 4 เหนือกว่า V3 Pro

5 เหตุผลที่ทำให้ Starry 4 เหนือกว่า V3 Pro

5 เหตุผลที่ทำให้ Starry4 เหนือกว่า V3 Pro
  1. อุณหภูมิทะลุ 240 °C – เล่นได้ทั้งสมุนไพร & concentrates Starry 4 ปรับได้ 100-240 °C (212-464 °F) ส่วน V3 Pro ไปสุดราว 220 °C
  2. Airflow Slider ปรับฟีลสูบได้ทันใจ มีคันโยกเลื่อนลมใต้หน้าจอ—จิบกลิ่นเบา ๆ หรือแน่นแบบบ้องก็ได้ (V3 Pro ต้องใช้นิ้วปิดรู)
  3. โบลใหญ่ 0.25-0.4 g – แชร์เพื่อนได้ยาว ๆ ห้องอบ conduction จุสมุนไพรได้เกือบเท่าตัว V3 Pro (≈ 0.15 g)
  4. Mouthpiece Zirconia เย็นคอ ฝาแม่เหล็ก zirconia กระจายความร้อนดี ลดควันร้อนบาดคอ
  5. แถม Dosing Capsule + ตั้งเวลา 4 / 6 / 10 นาที พรีโหลดแคปซูล ถอดเทเศษง่าย ปรับ Session Timer ได้ยืดหยุ่นกว่า

เหมาะกับใคร?

  • มือใหม่ — อยากได้เครื่องอบใช้ง่าย ซื้อแล้วจบ
  • สายชิล / สายแชร์ — โบลใหญ่ ปรับฟีลสูบหลากหลาย
  • ควันหนา-ร้อน & สายแวกซ์ — ต้องการอุณหภูมิสูง > 430 °F

ถ้าคุณเน้น micro-dose on-demand V3 Pro ยังตอบโจทย์
แต่ถ้าอยากได้ความคุ้มแบบ “ครบทุกอย่างในเครื่องเดียว”
ปีนี้ Starry 4 คือคำตอบครับ ✅

XMAX Starry 4

XMAX Starry 4

฿3,190

ซื้อเลย
เราควรใช้อุณหภูมิเท่าไหร่กับกัญชา

เราควรใช้อุณหภูมิเท่าไหร่กับกัญชา

ทำความรู้จักสารแคนนาบินอยด์และเทอร์พีน พร้อมอุณหภูมิเดือดที่เหมาะสม

การใช้กัญชาเพื่อการบริโภคผ่านเครื่องอบ (Vaporizer) หรือวิธีอื่น ๆ จำเป็นต้องเข้าใจว่าแต่ละสารในกัญชามีอุณหภูมิเดือดแตกต่างกัน การตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยดึงเอาสารสำคัญออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเฉพาะ แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) และ เทอร์พีน (Terpenes) ซึ่งเป็นสารหลักที่มีผลต่อกลิ่น รสชาติ และฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย


1. Terpenes (เทอร์พีน) – สารที่ให้กลิ่นและรสชาติ

เทอร์พีนเป็นสารที่พบได้ในพืชหลายชนิด รวมถึงกัญชา ซึ่งเป็นตัวกำหนดกลิ่นและรสชาติของแต่ละสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีผลต่อฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ลดความเครียด บรรเทาปวด หรือช่วยให้รู้สึกตื่นตัว

ชื่อเทอร์พีน อุณหภูมิเดือด คุณสมบัติและผลต่อร่างกาย
Humelene 107°C / 225°F ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย อาจช่วยระงับความอยากอาหาร
Caryophyllene 155°C / 266°F มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดความเครียด และอาจช่วยบรรเทาอาการปวด
Pinene 168°C / 311°F กลิ่นสดชื่นแบบสน มีฤทธิ์ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เพิ่มความตื่นตัวและช่วยเรื่องความจำ
Myrcene 176°C / 334°F ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีฤทธิ์กล่อมประสาทและช่วยให้นอนหลับสบาย
D-Limonene 176°C / 349°F ให้กลิ่นส้ม ช่วยลดความเครียด เพิ่มพลังงาน และอาจช่วยต้านมะเร็ง
Eucalyptol 199°C / 349°F มีฤทธิ์เย็นแบบยูคาลิปตัส ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ และช่วยบรรเทาอาการหายใจติดขัด
Linalool 130°C / 390°F ให้กลิ่นดอกไม้ มีฤทธิ์สงบประสาท ช่วยคลายเครียด และทำให้หลับง่ายขึ้น
Terpineol 219°C / 426°F ให้กลิ่นหอมแบบชา มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยผ่อนคลายและทำให้รู้สึกสงบ

2. Cannabinoids (แคนนาบินอยด์) – สารออกฤทธิ์หลักของกัญชา

แคนนาบินอยด์เป็นสารที่มีผลต่อระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid System) ในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกปวด และระบบประสาท

ชื่อแคนนาบินอยด์ อุณหภูมิเดือด คุณสมบัติและผลต่อร่างกาย
Δ-9-THC 157°C / 315°F เป็นสารหลักที่ทำให้รู้สึกมึนเมา ช่วยบรรเทาอาการปวด กระตุ้นความอยากอาหาร และลดอาการคลื่นไส้
Δ-8-THC 178°C / 352°F ออกฤทธิ์อ่อนกว่าคล้าย Δ-9-THC แต่ให้ความรู้สึกสงบมากกว่า
CBD 180°C / 356°F ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการอักเสบ และช่วยเรื่องการนอนหลับ
CBN 185°C / 365°F ทำให้รู้สึกง่วงนอน ช่วยให้หลับลึก และช่วยลดอาการปวด
CBC 220°C / 428°F มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง
THCV 220°C / 428°F ช่วยระงับความอยากอาหาร เพิ่มความตื่นตัว และอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

การตั้งค่าอุณหภูมิในการใช้เครื่องอบ

การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยให้ได้รับสารออกฤทธิ์ที่ต้องการมากที่สุด

  • อุณหภูมิต่ำ (130-160°C) – ดึงเทอร์พีนที่ช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและเพิ่มกลิ่นรสชาติ

  • อุณหภูมิปานกลาง (160-190°C) – ดึงแคนนาบินอยด์สำคัญอย่าง THC และ CBD ออกมาได้ดี

  • อุณหภูมิสูง (190-220°C) – สารออกฤทธิ์ส่วนใหญ่จะถูกปล่อยออกมาเต็มที่ แต่รสชาติอาจเปลี่ยนไป


สรุป

การทำความเข้าใจอุณหภูมิเดือดของแคนนาบินอยด์และเทอร์พีนช่วยให้สามารถเลือกใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ เช่น ต้องการผ่อนคลาย หลับสบาย หรือเพิ่มพลังงาน การตั้งค่าที่ถูกต้องในการใช้เครื่องอบไอจะช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ

TIODW แต่ละแบบมีอะไรบ้าง ?

TIODW แต่ละแบบมีอะไรบ้าง ?

หากคุณกำลังมองหา Desktop Vaporizer คุณภาพเยี่ยมที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ทุกความต้องการ ร้าน Kondee420 ขอแนะนำ Tiodw V3 และ Tiodw Pro สองรุ่นเด่นที่เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์และการใช้งาน ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นหรือเป็นผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์


Tiodw V3: Vaporizer

Tiodw V3 ถูกออกแบบมาให้เลือกวัสดุได้ตามความต้องการ ทั้งเซรามิกและไทเทเนียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและรองรับรสนิยมที่แตกต่าง

วัสดุที่เลือกได้

  • เซรามิก: มอบรสชาติที่บริสุทธิ์และคงความเป็นธรรมชาติของสมุนไพร เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของรสชาติ
  • ไทเทเนียม: แข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการพกพาและใช้งานหนัก

จุดเด่นของ Tiodw V3

  • กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอ เพิ่มประสิทธิภาพในการระเหยสมุนไพร
  • วัสดุและดีไซน์ที่หลากหลาย รองรับทั้งการใช้งานในบ้านและการพกพา
  • รองรับการใช้งานทั้งสมุนไพรแห้งและ Concentrates (ตัว Titanium)
  • ใช้งานร่วมกับขดลวดขนาด 20 มม. เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพ

    เปรียบเทียบวัสดุใน Tiodw V3

    คุณสมบัติ เซรามิก ไทเทเนียม
    วัสดุ (Material) รักษารสชาติบริสุทธิ์และธรรมชาติ แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา
    ดีไซน์ (Design) เรียบง่าย คลาสสิก ทันสมัย หรูหรา
    การกระจายความร้อน สม่ำเสมอและควบคุมได้ดี รวดเร็วและป้องกันการสูญเสียความร้อน
    การใช้งาน (Use Case) เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน พกพาและใช้งานในหลากหลายสถานการณ์
    ความคุ้มค่า (Value) ราคาเข้าถึงง่าย คุ้มค่าสำหรับการใช้งานระยะยาว

    สรุป: หากคุณให้ความสำคัญกับรสชาติและความบริสุทธิ์ เซรามิกคือคำตอบที่เหมาะสม แต่หากคุณมองหาความทนทานและความสะดวกในการพกพา ไทเทเนียมคือตัวเลือกที่ดีที่สุด


     

Tiodw Pro: Vaporizer ไร้สายสำหรับการใช้งานที่สะดวกสบาย

หากคุณต้องการเครื่องอบสมุนไพรที่พกพาสะดวกและไม่มีสายเกะกะ Tiodw Pro คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและใช้งานง่าย

คุณสมบัติและการใช้งาน

  • วัสดุ: หัวอบทำจากไทเทเนียม แข็งแรงและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกสถานการณ์
  • ระบบการทำงาน: รองรับขดลวดขนาด 25 มม. สำหรับการกระจายความร้อนที่รวดเร็ว
  • จุดเด่น:
    • ใช้งานแบบไร้สาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสายไฟ
    • รองรับการใช้งาน Concentrates พร้อมอุปกรณ์เสริม
  • ข้อควรสังเกต: อุณหภูมิอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อใช้งานในสภาพอากาศเย็นหรือลมแรง

 

ตัวเลือกห้องอบสมุนไพร

ห้องอบแบบไทเทเนียม

• คุณสมบัติ: แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว

• ข้อดี: รักษาความร้อนได้ดี

ห้องอบแบบแก้ว

• คุณสมบัติ: โปร่งใส มองเห็นสมุนไพรภายในได้ชัดเจน

• ข้อดี: เน้นกลิ่นที่บริสุทธิ์และไม่มีสิ่งเจือปน


สรุปภาพรวม

หากคุณกำลังมองหาเครื่องอบสมุนไพรคุณภาพดี ร้าน Kondee420 มีตัวเลือกที่เหมาะกับทุกความต้องการ Tiodw V3 มาพร้อมตัวเลือกวัสดุที่หลากหลายทั้งเซรามิกและไทเทเนียม เพื่อประสบการณ์ที่ตรงใจที่สุด ไม่ว่าจะเน้นรสชาติบริสุทธิ์หรือการใช้งานที่ทนทาน ในขณะที่ Tiodw Pro เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสะดวกและคล่องตัวในการใช้งานแบบไร้สาย

เครื่องอบทั้งสองรุ่นนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสมุนไพรและ Concentrates อย่างเต็มที่ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ Kondee420

คลิปรีวิว: ติดตามเร็ว ๆ นี้ในช่อง YouTube ของเรา พร้อมคำแนะนำและการใช้งานจริง!

XMAX V3 Pro กับ Starry 4 ต่างกันยังไง ?

XMAX V3 Pro กับ Starry 4 ต่างกันยังไง ?

วันนี้คนดีเรากลับมาพร้อมกับคำถามที่ทุกคนถามเข้ามากันเยอะมากว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่าง XMAX V3 Pro กับ XMAX Starry 4 เพราะราคามันพอๆกันเลยครับพี่ ?

 

วันนี้ก็จะมีคำตอบมาให้พร้อมกับเปรียบเทียบกับแบบทุกจุดเลย เริ่มจากรูปทรงน้า แล้วเราก็จะดูระบบข้างในว่ามันต่างกันยังไง รวมถึงการใช้งานว่าต่างกันยังไง คลิปนี้ คนดีมีคำตอบ

 

เริ่มต้นเรามาดูกันที่รูปทรง ตัวแรกเจ้า XMAX V3 Pro เนี่ยรูปทรงมาจะมาแนวทรงตรงแบบนี้ เปนแท่งคล้ายปากกาขนาดกำลังดี ถนัดมือ แต่ถ้าใส่กระเป๋ากางเกงมันก็อาจจะดูใหญ่ไปนิดนึงนะ แต่รูปทรงของ Starry 4 มันจะเปนทรงเรียว ซึ่งโดยรวมมันค่อนข้างเล็กกว่า ทำให้การพกพาเนี่ยคนดีมองว่า Starry 4 จะเหมาะกับคนที่มองหาขนาดที่ค่อนข้างกระทัดรัดกว่า V3 Pro

 

สำหรับช่องอบ V3 Pro และ Starry นั้นเป็นช่องอบแบบ Ceramic เหมือนกัน โดยของ V3 Pro จะใส่ได้ประมาน 0.15 กรัมต่อครั้งแต่ Starry จะใส่ได้ประมาน 0.2 กรัม ซึ่งโดยรวมมันจะไม่ต่างมาก แต่ที่ต่างคือช่องอบของ V3 Pro จะเป็นระบบ Convection ทำให้ตัวกำเนิดความร้อนจะอยู่ด้านล่างแล้วเราต้องสูบลงเพื่อนำลมร้อนเข้าสู้ช่อง Chamber แต่ตัวของ Starry 4 นั้นเป็นแบบ Conduction เพราะฉะนั้นช่องอบจะเป็น Heating Chamber ที่ทำความร้อนได้ในตัวช่องอบเอง

หากใครต้องการทราบข้อมูลความแตกต่างระหว่างห้องอบแบบ Conduction และ ห้องอบแบบ Convection นั้นก็สามารถอ่านต่อแบบละเอียดได้ที่ บทความ เครื่องอบระบบConvection (พาความร้อน) กับเครื่องอบระบบConduction (นำความร้อน) ต่างกันอย่างไร?

ต่อไปเรามาดูกันในส่วนของการใช้งาน ก็เพราะว่า V3 Pro เป็นระบบ Convection ทำให้การใช้งานเมื่อเราตั้งอุนหภูมิแล้วเมื่อความร้อนถึงเรายังต้องสูบลมเข้าเพื่อให้มันเริ่มทำงาน และเริ่มมีควัน แต่ข้อดีของระบบนี้คือควันที่นุ่มกว่า และการเผาไหม้ที่ทั่วถึง แต่หากเป็น Starry จะเป็นระบบความร้อนแบบ Conduction ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างจาก V3 Pro เพราะเมื่อความร้อนถึงแล้ว Starry จะเริ่มมีควันทันทีโดยโดยไม่ต้องสูบลมเข้าเพื่อให้เริ่มมีควัน เพราะฉะนั้นมันจะใช้งานง่ายกว่า แต่ขอเสียของระบบที่ทำความร้อนในห้องอบคือ สมุนไพรที่อยู่ตรงกลางอาจจะร้อนช้ากว่าตัวที่อยู่ติดผนังห้องอบ ทำให้อาจจะมีกลินไหม้เร็วกว่าตัว V3 Pro

ว่ากันต่อในส่วนของแบตเตอรี่ XMAX V3 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่แบบ 18650 ความจุไฟ 3000mAh ซึ่งก็สามารถใช้งานค่อนข้างนานได้ทั้งวัน และถ้าหากแบตเตอรี่หมดก่อนเราสามารถพกแบตเตอรี่ 18650 ก็สามารถเปลี่ยนง่ายๆ แต่ในส่วนของ Starry 4 นั้นแบตเตอรี่ที่มาด้วยเป็นแบบ 18650 เช่นกันแต่ความจุไฟจะน้อยกว่าที่ 2550mAh แต่เราสามารถเอาแบตเตอรี่มีกำลังไฟสูงกว่าใส่ได้และก็สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เช่นกันหากแบตหมด ซึ่งทั้งสองตัวมาพร้อมช่องเสียบชาร์จแบบ USB-C และสามารถชาร์จผ่าน USB ได้

 

ด้านฟิวลิ่งการใช้งานเครื่อง XMAX V3 Pro นั้นจะได้ควันที่ค่อนข้างนุ่มกว่าและสมุนไพรข้างในจะร้อนพร้อมๆกัน เพราะลมจะพาความร้อนผ่านสมุนไพรทุกจุด แต่ตัว Starry นั้นจะได้ควันที่ออกมาไวกว่า แต่ความนุ่มจะสู้ V3 Pro ไม่ได้และกลิ่นอาจจะเพี้ยนกว่าเพราะอาจจะติดกลิ่นไหม้จากสมุนไพรส่วนที่อยู่ติดกับห้องอบจะร้อนไวกว่าที่อยู่ตรงกลางห้องอบ ด้านการดูแลรักษาค่อนข้างคล้ายกัน ไม่ต่างกันมาก เพียงใช้สำลีที่แถมมาหรือสำลีที่ไม่มีขุยทำความสะอาดช่องอบเมื่อสกปรก

 

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่คนดีมองว่า V3 Pro ทำได้ดีคือการที่เครื่องมีตัวเลือกของแต่งเยอะมาก ต่างจาก Starry ที่หลักๆจะเป็นข้อต้อบ้องกับข้อต่อแบบ Glass Bubbler ของ Xmax เองแบบสาย ซึ่งก้อใช้งานค่อนข้างยาก แต่ V3 Pro มีทั้งแบบของแต่งจากค่าย XMAX เองเลยทั้งข้อต่อบ้องและ Glass Bubbler หรือปากสูบแก้วก็มีให้เลือก หรือหากไม่ถูกใจก็มีของแต่งอื่นๆจากคนดีในคลิปก่อนหน้านี้รับชมได้ เดียวแปะลิงค์ไว้ให้ตอนจบคลิปนี้นะจ่ะ

 

ด้านราคาสองตัวนี้มาราคาเท่ากัน แต่ตัว XMAX Starry จะมีแบบ Blind Box Set แบบนี้นะ ซึ่งจะเปนลายแบบพิเศษสุ่มใส่ลงไปในกล่อง มีทั้งหมด 4 ลายนี้ ซึ่งราคาจะสูงกว่าแบบธรรมดา แต่จะมีอุปกรณ์เสริมแถมมาให้ในกล่องซึ่งคนดีมองว่ามันคุ้มค่ากว่า เพราะถ้าเราไปซื้อ Starry 4 ธรรมดาแล้วซื้อของแต่งที่แถมมาก็จะราคาสูงกว่าเราซื้อแบบ Blind Box ส่วนสีนั้น XMAX Starry มีทั้งหมด 3 สีนะ คือ ดำ น้ำเงิน และเขียว แต่ตัว V3 Pro จะมีมา 4 สี คือสี ดำ ฟ้า ม่วง และเงิน ซึ่งอดีตเคยยมีสีเขียวแต่เลิกผลิตไปแล้ว

 

จบแล้วว สำหรับการเปรียบเทียบระหว่าง XMAX V3 Pro และ XMAX Starry 4 แต่หากยังมีข้อสงสัยตรงไหนก็ถามเราเข้ามาในอินบ๊อกหรือช่องทางติดต่อเราด้านล่างนี่หน้า สุดท้าย อย่าลืม อย่าลืม ฝากกดซับสไครบ์ด้วยน่ะจะและเรามีโปรมาแจกสมาชิกชาวยูทูปอย่างแน่นอนนน หากคลิปหน้าสนใจให้คนดีรีวิวอันไหน ก็คอมเมนต์กันมาดด้านล่างได้นะจ้า บัยยย

เครื่องอบระบบConvection (พาความร้อน) กับเครื่องอบระบบConduction (นำความร้อน) ต่างกันอย่างไร?

เครื่องอบระบบConvection (พาความร้อน) กับเครื่องอบระบบConduction (นำความร้อน) ต่างกันอย่างไร?

Convection (การพาความร้อน) vs Conduction (การนำความร้อน)

มีหลายเหตุผลที่เราควรคำนึงถึงเมื่อเราจะดูเครื่องอบสักตัวนึงสำหรับสมุนไพร สิ่งที่เราคิดต้นๆคือ ขนาดของมัน เล็กหรือใหญ่ การทำความร้อนเร็วแค่ไหน แต่ยังมีอีกปัจจัยสำคัญคือการทำความร้อน การทำความร้อนมีสองแบบคือการพาความร้อนและการนำความร้อน วันนี้คนดีมาเปรียบเทียบให้ดูกัน

การพาความร้อน (Convection Heating) 

ความร้อนสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบ พาความร้อน นำความร้อน และแบบรังสี การทำความร้อนแบบพาความร้อนนั้นคือการที่เราใช้การถ่ายโอนความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนไปที่ดอกสมุนไพรด้วยการใช้ตัวกลางเช่นลมพาความร้อนให้เรซิ่นเปลี่ยนรูปเป็นแก๊ซที่มีแคนนาบิดอยล์และเทอร์ปีน ซึ่งเปรียบง่ายๆกับการทำอาหาร การทำความร้อนแบบพาความร้อนนั้นก็เหมือนการทำอาหารด้วยการใช้การอบหรือนึ่ง ที่การทำให้อาหารสุกด้วยความร้อนที่ผ่านมาจากไอน้ำหรืออากาศ โดยอาหารจะไม่สัมผัสกับแหล่งกำเนิดความร้อนโดยตรง

ตัวอย่างเครื่องอบสมุนไพรระบบพาความร้อน (Convection)

1) XMAX V3 Pro : เครื่องอบสมุนไพรจากค่าย Top Green ราคาไม่แพง ทำงานระบบ Convection 100%

การนำความร้อน (Conduction Heating)

หลังจากที่เราได้เข้าใจเรื่องการพาความร้อนกับการอบอาหารไปแล้ว การทำความร้อนแบบนำความร้อนนั้นจะเป็นอะไรที่แตกต่าง ให้นึกถึงการผัดอาหาร ซึ่งเราจะใช้ความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนผ่านกระทะเหล็กเพื่อให้ความร้อนถูกนำไปทำให้อาหารที่ผัดร้อนและสุก ซึ่งการทำความร้อนแบบนี้อาหารจะสัมผัสกับแหล่งกำเนินความร้อนเลย ซึ่งเครื่องที่ใช้กับสมุนไพรระบบนำความร้อนจะทำความร้อนได้ในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ลมช่วย

ตัวอย่างเครื่องระบบนำความร้อน (Conduction Heating)

 1) XMAX STARRY4 : เครื่องอบสมุนไพรระบบนำความร้อนจากค่าย Top Green ราคาไม่แพง และใช้งานง่าย

เปรียบเทียบระหว่างการพาความร้อนและนำความร้อน

ในการที่เราจะเลือกได้ระหว่างการพาความร้อนและการนำความร้อน ความแตกต่างระหว่างสองระบบนี้มีทั้งในเรื่องของ การคุมความร้อน, คุณภาพของควัน และ การดูแลรักษา

การทำอุณหภูมิ

การทำอุณหภูมิที่ดี แม่นยำ คือคุณสมบัติของเครื่องอบที่ดี แต่ความแตกต่างระหว่างการทำอุณหภูมิด้วยระบบทำความร้อนกับพาความร้อน ต่างกันยังไง

การทำอุณหภูมิด้วยระบบพาความร้อน (Convection)

การทำอุณหภูมิด้วยระบบพาความร้อนนั้นอาจจะยากในการปรับอุณหภูมิ เนื่องจากการที่อุณหภูมิที่ถูกตั้งจะถูกลมพาความร้อนไปอบสมุนไพร ทำให้อาจจะไม่เที่ยงตรงเท่ากับระบบนำความร้อน และความร้อนของเครื่องระบบพาความร้อนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีลมผ่านเข้ามาก่อน  

การทำอุณหภูมิด้วยระบบนำความร้อน (Conduction)

การทำอุณหภูมิด้วยระบบนำความร้อนนั้นจะสามารถทำได้เที่ยงตรง และง่ายกว่า สามารถปรับได้ทุกๆ 1 องศาทั้งแบบฟาเรนไฮต์และเซลเซียส

คุณภาพของควัน

คุณภาพของควันเป็นสิ่งที่ทุกคนคำนึงถึงเป็นอย่างแน่นอน ไม่มีใครอยากได้เครื่องที่ควันเหม็นไหม้และไม่สามารถทำควันได้ ซึ่งเครื่องที่ดี ก็จะสามารถทำควันได้ดีเป็นอย่างแน่นอน แต่บางเครื่องก็สามารถทำควันได้ดีแม้ราคาไม่แพง

คุณภาพของควันระบบพาความร้อน (Convection)

เครื่องควันระบบพาความร้อนนั้นจะสามารถทำควันได้ค่อนข้างนุ่ม เนื่องจากการใช้ลมในการทำความร้อน ทำให้ความร้อนที่ได้ออกมาต่อเนื่องและทั่วถึงกว่า

คุณภาพของควันระบบนำความร้อน (Conduction)

เครื่องควันระบบนำความร้อนสามารถทำควันได้ค่อนข้างเยอะกว่า แต่ข้อเสียคืออาจจะไม่นุ่มเท่าอีกระบบ  

Home
Account
Cart
Search