G-Pen Dash+ แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร

G-Pen Dash+ แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร

G-Pen Dash VS Dash+

วันนี้คนดีจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง G-Pen Dash+ รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วกับเจ้า G-Pen Dash แบบเดิมว่าจะมีความแตกต่างและพัฒนามากขึ้นเพียงใด

เริ่มต้นเลย สำหรับ G-Pen Dash+ ที่เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนก็คือหน้าจอ LED ที่จะสามารถสั่งงานเครื่องได้ต่างจากรุ่นก่อน ที่จะเป็นแค่ไฟโชว์สถานะการทำงาน ซึ่งหน้าจอ LED อันนี้ ช่วยให้เราสามารถปรับอุณหภูมิได้จากอุณหภูมิ 110 ถึง 215 องศาเซลเซียส และอีกฟังก์ชันหนึ่งที่ G-Pen Dash+ มีต่างจากรุ่นอื่นๆคือการที่มันสามารถปรับระยะเวลาของโหมด Session Mode ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ

ในด้านระบบทำความร้อน G-Pen Dash+ จะมีการพัฒนาระบบความร้อนเป็นระบบไฮบริด Conduction +Convection ซึ่งต่างจาก G-Pen Dash ที่มากับระบบความร้อนแบบ Convection อย่างเดียว ทั้งนี้ระบบแบบไฮบริดจะช่วยให้มีควันเร็วขึ้นและมากขึ้นกว่าระบบแบบเดิม นอกจากนี้ G-Pen Dash+ ยังถือเป็นเครื่องอบระบบไฮบริดที่มีราคาถูกที่สุด ซึ่งถ้าใครต้องการชิมการออกแบบระบบ ในราคาเริ่มต้นก็สามารถลองได้กับ G-Pen Dash+

ในส่วนของห้องอบ G-Pen Dash+ ห้องอบจะทำจากวัสดุไทเทเนี่ยม ซึ่งจะทำให้ถ่ายโอนความร้อนได้เร็วยิ่งขึ้นและช่วยให้ลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากวัสดุแบบเดิมที่ทำจากสแตนเลสเคลือบแก้วของ G-Pen Dash

ด้านวัสดุภายนอกตัว G-Pen Dash+ วัสดุทำจาก Zinc-Alloy ช่วยให้มีน้ำหนักเบาและทนทานกว่า G-Pen Dash แบบเดิม ที่วัสดุทำจาก Steel-Alloy ธรรมดา และแบตเตอรี่ของเจ้า G-Pen Dash+ ก็มาถึง 1800 mAh ซึ่งมากกว่า รุ่นก่อนถึงสองเท่าช่วยเพิ่มอายุการใช้งานในระหว่างวันให้นานยิ่งขึ้น

ในส่วนของด้านการรับประกัน G-Pen Dash+ จะมามาพร้อมกับการรับประกัน 2 ปีเต็มมากกว่า G-Pen Dash แบบเดิมถึงสองเท่าซึ่งมั่นใจได้ว่าเครื่องอบตัวนี้จะอยู่กับแบบยาวๆ คุ้มค่าเงินที่จ่ายแน่นอน

รีวิว Venty จาก Storz&Bickel

รีวิว Venty จาก Storz&Bickel

วันนี้คนดีจะมารีวิวเครื่องอบสมุนไพรรุ่นล่าสุดจากค่าย Storz&Bickel อย่างเจ้าตัว Venty

ก่อนอื่นเลยนี้ก็คือเจ้าตัว Venty ซึ่งรูปทรงจะต่างออกไปจากเครื่องอบก่อนๆของ Storz&Bickel ส่วนหัวก็จะบิดออกแบบนี้เพื่อให้ใส่สมุนไพรลงไปได้ ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้งแบบแคปซูลหรือจะใส่ไปในช่องเลย ความจุมากสุดได้ถึง 0.25 กรัม

พอใส่แล้วเราก็สามารถมาตั้งไฟได้เลย ซึ่งสามารถตั้งได้ 40-210 องศา ระบบทั้งความร้อนเปนแบบใหม่นะ เรียกว่า ระบบ Mini Heater ที่พัฒนามาจากระบบแบบเดิม ช่วยให้กลิ่นสมุนไพรดียิ่งขึ้น ไม่มีกลิ่นไหม้อีกต่อไป และทำควันได้เร็วขึ้นเพียง 20 วินาทีถึงความร้อนสูงสุด

ด้านการตั้งอุณหภูมิทำได้ทั้งแบบกดที่เครื่องหรือจะตั้งผ่าน Smartphone ก็ได้ในแอพของ Storz&Bickel ซึ่งวิธีต่อบลูทูธสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความก่อนๆได้ และใน Smartphone ยังสามารถตั้งค่า Pre-Set เพื่อความสะดวกในการใช้งานครั้งต่อๆไป / ปรับลดแสงหน้าจอ / ปิด/เปิด โหมดสั่น / และยังสามารถปรับเปนโหมด Eco-Charger เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้อีกด้วย

ในส่วนอีกไฮไลต์เด่นๆก็คือ เจ้าเครื่อง Venty นั้นสามารถปรับระดับลมได้ ซึ่งมันก็สามารถปรับให้รับลมได้ถึง 20 ลิตรต่อนาที ทำให้เราสามารถเพิ่มลดปริมานควันได้ โดยไม่ต้องไปยุ่งกับอุณหภูมิ

ด้านการชาร์จก็ลาร์จแบบ USB-C โดยสามารถชาร์จจาก 0 ถึง 80% ได้ในเวลา 40 นาที มาพร้อมแบตเตอรี่ 18650 li-ion ซึ่งสามารถให้กำลังไฟสูงสุดที่ 130 วัตต์ 16 แอมป์

ฟังค์ชั่นเด่นของ Venty

– ปรับระดับลมได้สูงสุด 20 ลิตรต่อนาที 

– ทำความร้อนภายใน 20 วินาที 

– ฟีเจอร์ใหม่ระบบความร้อนแบบ Conduction + Convection แบบ Mini Heater ช่วยให้ไม่มีการไหม้ เพิ่มปริมาณควันและความนุ่มนวล 

– อุณหภูมิแม่นยำได้ตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียส – 210 องศาเซลเซียส

– การชาร์จแบบ USB-C สามารถชาร์จจาก 0 ถึง 80% ได้ภายใน 40 นาที

– รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 

– รับประกัน 2 + 1 ปี หากลงทะเบียนที่เวป Storz&Bickel

สรุปแล้ว Venty เป็นอีกหนึ่งเครื่องอบที่ทำออกมาได้ดีมาก ด้วยฟังค์ชั่นการปรับลมช่วยให้เราได้ควันที่เยอะขึ้น แม้จะใช้อุณหภูมิไม่สูงมาก ควันก้อยังเยอะ ทำให้กลิ่นสมุนไพรดีมากๆ
แต่ข้อเสียก้ออาจจะเปนที่ขนาดนะ ค่อนข้างพกพาลำบากนิดนึง

Review รีวิวการใช้งาน XMAX V3 Nano

Review รีวิวการใช้งาน XMAX V3 Nano

รีวิว Xmax V3 Nano เครื่องอบกัญชาแบบไอละเหยขนาดพกพา

เครื่องอบไอระเหยรุ่นล่าสุดจาก Top Green Tech อย่างตัว XMAX V3 Nano มาพร้อมขนาดกะทัดรัด ยาวเพียง 13 ซม. แต่ยังคงไว้ด้วย Chamber ขนาดยาว สามารถใส่ดอกได้ถึง 0.25-0.35 กรัม และด้วยท่อ Chamber แบบยาว ทำให้สามารถสูบต่อครั้งได้นานขึ้นจนกว่าสมุนไพรจะแห้งลง Chamber ทำจากเหล็กและเงินอย่างดี มีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สี ดำ ฟ้า แล้ว เหลืองแดง

ระบบทำความร้อน

การทำงานแบบ Conduction + Convection ช่วยให้ได้ควันที่นุ่มขึ้น แต่ยังคงความแรงเหมือนเดิม ในส่วนการทำความร้อนจะอยู่ที่ 200-220 องศาเซลเซียว ซึ่งตัวเครืองจะปรับอุณหภูมิให้เองอัตโนมัติ เพียงกดปุ่ม 3 ครั้งไฟที่ตัวเครื่องจะกระพริบ สีแดงเพื่อทำการเริ่มอุ่นเป็นเวลา 30 วินาที รอจนกว่าไฟสีแดงจะหยุดกระพริบให้เริ่มใช้ลมช่วยสูบทำความร้อนควันจะเริ่มมาเรือยๆ สามารถใช้งานได้จนเครื่องสั่นแล้วหยุดเอง โดยแต่ละ Session จะอยู่ที่ 3 นาที

การชาร์จ

สายชาร์จแบบ USB-C แบตเตอรี่ 1000mAh สามารถใช้งานได้ 10-15 ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 รอบ ชาร์จไฟ 1 รอบใช้เวลาประมาน 30 นาที ขึ้นอยู่กับกำลังไฟ

จุดเด่น : ขนาดเล็ก กะทัดรัดพกพาสะดวกมาก การใช้งานง่าย เนื่องจากส่วนใหญ่เครื่องอบเวลาใช้งานก้อต้องปรับอุณหภูมิ ไประหว่าง 180-220 อยู่แล้ว พอการใช้งาน V3 Nano ที่สามารถปรับไฟอัตโนมัติช่วยให้สะดวกขึ้นสุดๆ

จุดด้อย : ด้วยตัวเครื่องที่เล็กทำให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็ก อาจจะทำให้ไฟหมดไวกว่าตัวอื่น และไม่มีฟังค์ชั้น On-Demand และด้วย Chamber ที่ออกแบบมายาว อาจจะต้องใช้เข็มที่แถมมาช่วยทำความสะอาด

สรุป : หากกำลังมองหาเครืองอบที่ราคาถูก ใช้งานง่ายและมีขนาดเล็ก XMAX V3 Nano คือตัวที่คุณควรครอบครอง

Crafty V2 แตกต่างยังไง มีอัพเดตอะไรบ้าง

Crafty V2 แตกต่างยังไง มีอัพเดตอะไรบ้าง

The new adventure begins now.

The new CRAFTY+ with USB-C socket comes with a previously unprecedented charging speed and is the perfect companion for the adventurous.

Thanks to the newly installed USB-C socket, the handy and battery-powered CRAFTY+ with USB-C cable can be charged anywhere easily and quickly

The ceramic-coated filling chamber of the new CRAFTY+ makes the device even more robust and resistant. 

Home
Account
Cart
Search